คำถามที่จุดประกายความคิดและช่วยให้ฉันมองเห็นความจริง
"ฉันไม่คิดว่าฉันจะเปิดเผยเรื่องความรุนแรงในครอบครัวเลย ถ้าไม่ใช่เพราะพยาบาลที่ดูแลก่อนคลอด ซึ่งเห็นเค้าลางบางอย่างและถามฉัน ฉันปฏิเสธทุกอย่างในตอนนั้น บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ฉันปลอดภัยอยู่ที่บ้าน และเขาเป็นคนดีมาก แต่คำถามนั้นยังคงค้างคาอยู่ในใจฉันและเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด"
ฉันรู้สึกมานานแล้วว่าสุขภาพจิตและสุขภาพกายของฉันแย่ลง พฤติกรรมของเขานั้นคาดเดาไม่ได้ และฉันก็รู้สึกกระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา พยายามทำตัวให้สอดคล้องกับความคาดหวังและปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นของเขา ฉันรู้ว่าฉันจำเป็นต้องพูดคุยกับใครสักคน แต่ความอับอายนั้นมากมายเหลือเกิน
ฉันติดตามเรื่องราวของเหล่าผู้หญิงในขบวนการ MeToo มาโดยตลอดและชื่นชมความกล้าหาญของพวกเธอ ใช้เวลาถึงสองปีกว่าที่ฉันจะรวบรวมความกล้าไปนัดสัมภาษณ์ที่ศูนย์พักพิงสตรีได้
ฉันซึ่งเคยมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาตลอด ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความไม่มั่นใจในตัวเองอย่างมาก ฉันอาจจะเป็นคนยากลำบาก เจ้าอารมณ์ หรือเป็นไปไม่ได้อย่างที่เขาพูดอยู่บ่อยๆ หรือเปล่า? ความคิดเรื่องการหย่าร้างนั้นยากเหลือเกิน เราซื้อบ้านด้วยกัน มีลูกเล็กๆ ด้วยกัน และบางทีเขาอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้
แต่ฉันรู้สึกว่าฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว และฉันก็ไม่อยากให้ลูกต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ การได้รับคำปรึกษาและการสนับสนุนช่วยให้ฉันตัดสินใจทำเช่นนั้นได้
"ไม่มีใครสมควรต้องใช้ชีวิตอยู่กับความรุนแรง และความอับอายนั้นไม่ใช่ของฉันอย่างแน่นอน ฉันรู้เรื่องนั้นแล้วตอนนี้"
เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่าการยอมรับความรุนแรงและการเริ่มต้นก้าวออกจากสถานการณ์นั้นยากลำบากเพียงใด แต่ก็เตือนใจเราว่าการที่ผู้หญิงได้รับการรับฟัง คำแนะนำ และการสนับสนุนในเวลาที่เหมาะสมนั้นสำคัญเพียงใด การสนับสนุนการทำงานของศูนย์พักพิงสตรีทำให้สามารถมอบความปลอดภัยและความช่วยเหลือแก่ผู้หญิงและเด็กได้ในยามที่พวกเขาต้องการมากที่สุด

